วิธีเลือกแอร์ให้เหมาะสมกับห้อง ประหยัดไฟ คุ้มและดี

วิธีเลือกแอร์ให้เหมาะสมกับห้อง ประหยัดไฟ คุ้มและดี

คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าทุกวันนี้แอร์เป็นสิ่งจำเป็นที่เปรียบเสมือนปัจจัยที่ 5 ของคนไทยไปแล้ว ด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าวเกือบตลอดทั้งปี หากทำงานที่ต้องใช้แรงงานก็ยังเข้าใจ แต่หากเป็นพนักงานออฟฟิศ หรือพนักงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรือใช้สมาธิ สภาพอากาศที่ร้อนนั้นเป็นอุปสรรคที่จะทำงานให้สำเร็จไปได้อย่างรวดเร็ว และเรียบร้อย

ทำไมต้องเลือกแอร์ให้เหมาะสมกับห้อง

วิธีการเลือกแอร์ให้เหมาะสมกับห้องนั้นมีประโยชน์ทำให้เราใช้ประสิทธิภาพของแอร์ได้อย่างสูงสุด ซึ่งทำให้อุณหภูมิและการทำงานของเครื่องปรับอากาศอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม รวมถึงการใช้ไฟฟ้าเท่าที่ควร

      การเลือกแอร์ที่มีขนาดเล็กกว่าที่ควรจะเป็นจะทำให้แอร์ทำงานหนักตลอดเวลา ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก ส่งผลให้ค่าไฟวิ่งอย่างต่อเนื่อง แถมยังทำให้ห้องไม่เย็นอย่างที่ควรจะเป็น

      แต่หากเราเลือกแอร์ที่มีขนาดใหญ่จนเกินไปแล้ว ก็จะทำให้แอร์ตัดบ่อย จะทำให้ห้องอุณหภูมิต่ำกว่าที่เราต้องการ รวมถึงความชื้นที่เกิดขึ้น และทำให้อุณหภูมิห้องร้อนๆหนาวๆ และทำให้ความชื้นของห้องสูงผิดปกติ ซึ่งการทำให้เกิดอาการไม่สบายได้

สูตรคำนวน BTU แอร์

การเลือกขนาด BTU นั้น แอร์แต่ละยี่ห้อจะมีขนาด BTU ที่แตกต่างกันไปตั้งแต่ 9000 , 12000 , 18000 , 24000 , 28000 เพื่อตอบสนองขนาดห้องของผู้ใช้ที่เหมาะสม การคำนวนขนาดที่เหมาะสมนั้นให้เราเอาขนาดห้องเป็นตารางเมตร แล้วนำมาคูณด้วย 750 เพื่อทำให้ได้ขนาดที่พอดี 

สูตรคำนวน BTU แอร์ห้องนอน = ความกว้าง(เมตร) X ความยาว(เมตร) X 750 = จำนวน BTU ที่เหมาะสม
สูตรคำนวน BTU แอร์ห้องนั่งเล่น ,ห้องที่แสงแดดส่อง = ความกว้าง(เมตร) X ความยาว(เมตร) X 1000 = จำนวน BTU ที่เหมาะสม

ยกตัวอย่างเช่นห้องนอนขนาดเล็ก กว้าง 3 เมตร ยาว 4 เมตร ก็ใช้สูตร 4*3*750= 9000 BTU ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะกับห้องขนาดดังกล่าว แต่หากห้องดังกล่าวมีจำนวนคนที่เข้าไปอยู่กันมากกว่าปกติ เช่นห้องรับแขก หรือเป็นห้องที่แสงแดดส่องถึงเป็นประจำ ก็ต้องเปลี่ยนตัวคูณเป็น 1000 เพื่อเพิ่มขีดจำกัดในการทำความเย็นให้มากขึ้นรองรับการใช้งานที่มากกว่าปกติ รวมถึงห้องที่มีเพดานสูงมากกว่าปกติก็ต้องใช้แอร์ที่มีขนาด BTU ใหญ่กว่าปกติเช่นกัน

การเลือกขนาดแอร์ ตามขนาดห้อง

แต่หากใครไม่อยากคูณเลขให้ปวดหัวก็ให้มาดูขนาดห้องตาม BTU ที่เหมาะสมตามขนาดแอร์ด้านล่างกันได้เลย ใครที่อยู่ในช่วงคาบเกี่ยวก็ให้ลองดูว่ามีการใช้งานที่มากกว่าปกติหรือไม่ หากมีก็ให้เลือกเผื่อไว้นิดหน่อยก็ไม่เสียหาย

  • แอร์ 9000 BTU
    เหมาะกับห้องนอนที่มีขนาดต่ำกว่า 12 ตร.ม.
  • แอร์ 12000 BTU
    เหมาะกับห้องนอนที่มีขนาด 12-16 ตร.ม. ห้องนั่งเล่นหรือห้องที่มีแสงแดดส่องถึง ที่มีขนาดต่ำกว่า 12 ตร.ม.
  • แอร์ 15000 BTU
    เหมาะกับห้องนอนที่มีขนาด 15-20 ตร.ม. ห้องนั่งเล่นหรือห้องที่มีแสงแดดส่องถึง ขนาด 12-16 ตร.ม.
  • แอร์ 18000 BTU
    เหมาะกับห้องนอนที่มีขนาด 18-24 ตร.ม. ห้องนั่งเล่นหรือห้องที่มีแสงแดดส่องถึง ขนาด 15-20 ตร.ม.
  • แอร์ 24000 BTU
    เหมาะกับห้องนอนที่มีขนาด 24-32 ตร.ม. ห้องนั่งเล่นหรือห้องที่มีแสงแดดส่องถึง ขนาด 18-26 ตร.ม.
  • แอร์ 28000 BTU
    เหมาะกับห้องนอนที่มีขนาด 28-38 ตร.ม. ห้องนั่งเล่นหรือห้องที่มีแสงแดดส่องถึง ขนาด 24-30 ตร.ม.

วิธีดูแอร์ประหยัดไฟแบบง่ายๆ

หลังจากที่ทราบขนาด BTU ของเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมกับการใช้งานของเราแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาที่จะมาดูประสิทธิภาพของแอร์แต่ละรุ่น ช่องที่เราสังเกตว่าแอร์แต่ละรุ่นนั้น รุ่นไหนมีประสิทธิภาพสูงกว่ากัน ให้เราดูช่องประสิทธิภาพ (บีทียู/ชั่วโมง/วัตต์) ช่องนี้ยิ่งมีตัวเลขสูงแปลว่ายิ่งประหยัด แอร์รุ่นใหม่ๆที่เป็น Inverter นั้นสามารถทำประสิทธิภาพได้สูงถึง 20 EER นั่นแสดงถึงค่าไฟที่ลดลงอย่างมาก

ซึ่งหากเราต้องใช้เครื่องปรับอากาศทุกวัน การใช้แอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงนั้นจะทำให้เราสามารถประหยัดค่าไฟไปได้ปีละสูงถึง 3,000 – 5,000 บาท ซึ่งหากใช้เป็นระยะเวลาเพียง 2-3 ปีก็เลยจุดคุ้มทุนแล้ว แถมยังได้กำไรในปีต่อๆไปอีกด้วย และได้ฟังก์ชั่นพิเศษที่สูงกว่ารุ่นปกติอีกด้วย หรือหากมีเงินเหลือก็สามารถเอาไป แทงหวยออนไลน์ กันได้แบบสบายใจกันเลยดีเดียว

social ❤ education ❤ Family

สิ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อชีวิตของเรา

ทางทีมงาน freedombulwark ได้หาทางการใช้ชีวิตและการอยู่ร่วมกันแบบครอบครัว เพื่อการใช้ชีวิตที่ง่ายขึ้น รวมถึงการศึกษาที่มีความจำเป็นต่อคนทุกคน ดังนั้นขอให้ทุกคนใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองหวังไว้และเป็นไปในทางที่ดี

สนับสนุน เกมส์ยิงปลา ดูแลโดย rb888

111
Close Menu